เคล็ดลับ เสน่ห์ปลายจวักสร้างรายได้ช่วงโควิด-19

“เกิดเป็นลูกผู้หญิง เก่งงานนอกต้องไม่ทิ้งงานใน” คติคำสอนของคนโบราณที่มีไว้สอนลูกผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะมีหน้าที่การงานหรือต้องทำงานนอกบ้าน ต้องไม่ลืมหน้าที่แม่ศรีเรือนโดยเฉพาะคนเป็นภรรยาที่ต้องมีเสน่ห์ปลายจวักไว้มัดใจสามี แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านหรือ Work from Home เพื่อร่วมกันรักษาระยะห่าง รายได้อาจจะลดน้อยลงแต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะบทความนี้เรามีเคล็ดลับการสร้างรายได้จากเสน่ห์ปลายจวักมาแนะนำค่ะ

การสร้างรายได้จากเสน่ห์ปลายจวักในยุคโควิด – 19

            การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด – 19 ที่ติดต่อกันผ่านละอองฝอยจากการไอจามหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ทำให้ต้องร่วมใจกันอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ด้วยการทำงานที่บ้านและปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เมื่อคนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านการออกไปซื้ออาหารหรือนั่งรับประทานทานอาหารในร้านทำได้ยากและไม่ปลอดภัย วิกฤตคือโอกาสเสมอสำหรับคนที่ต้องการสร้างงานสร้างรายได้ เมนูอาหารในแต่ละวันของคนในครอบครัวนอกจากเราทำทานกันแล้ว ลองทำเพิ่มแล้วใช้สื่อโซเชียลให้เกิดประโยชน์ เพียงถ่ายรูปสวย ๆ แล้วโพสต์นำเสนอไม่ว่าจะเป็นเมนูอะไร หากเราเชื่อมั่นในฝีมือขายได้อย่างแน่นอน แต่จะขายได้ขายดีทำเป็นอาชีพได้หรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับเคล็ดลับความอร่อยของคนทำค่ะ 

3 เคล็ดลับสร้างรายได้จากเสน่ห์ปลายจวัก 

            เสน่ห์ปลายจวัก ไม่ใช่เฉพาะการทำหรือการปรุงอาหารเมนูหรู ๆ ให้อร่อยเลิศรสเท่านั้น แต่อาหารง่าย ๆ ที่เรามีเคล็ดลับความอร่อยก็นำมาสร้างรายได้ให้กับเราได้นะคะ เช่น 3 เคล็ดลับต่อไปนี้

  1. เคล็ดลับการลวกหอยแครงให้กรอบอร่อย
Asia, Cockle Bay, Thailand, Cockle

หอยแครงลวก เป็นเมนูที่ทำได้ง่าย ๆ จะทานเป็นกับข้าวคู่กับน้ำจิ้มรสจัด เป็นเมนูอาหารคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ หรือนำไปยำเป็นอาหารทานเล่น แค่พูดถึงก็สามารถเรียกน้ำย่อยได้แล้ว ส่วนการทำให้หอยแครงกรอบอร่อยและแกะง่าย มีขั้นตอน ดังนี้

วิธีลวกหอยแครง

            1.  ล้างขัดเปลือกหอยแครงให้ขาวสะอาดน่าทาน จากนั้นใส่ไว้ในภาชนะทนความร้อน

            2. ต้มน้ำร้อนโดยใส่น้ำส้มสายชูลงไปในน้ำ ในอัตราส่วน น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร

            3. รอจนน้ำร้อนเดือดจัด เทน้ำร้อนใส่ในภาชนะที่มีหอยแครงให้พอท่วมตัวหอย ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที

            4.จากนั้นรินน้ำร้อนทิ้ง แล้วเทย้ำเย็นลงไปให้ท่วมตัวหอย

5.แช่ทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วเทน้ำทิ้ง จะได้หอยแครงลวกที่เนื้อกรอบ หวานอร่อยและแกะเปลือกง่าย

2.เคล็ดลับการต้มไข่ยางมะตูม

            ไข่ต้มยางมะตูม เป็นเมนูอาหารง่าย ๆ ที่สามารถต้มให้ไข่แดงมีลักษณะเป็นยางมะตูมตามที่เราต้องการได้ไม่ยาก นอกจากทานคู่กับน้ำปลาพริกแล้ว ยังทำเป็นเมนูยำไข่ยางมะตูม โดยซอยหอมแดงคลุกเคล้ากับยำรสจัดจ้าน จากนั้นผ่าครึ่งไข่ยางมะตูมแล้วราดด้วยน้ำยำ แต่งหน้าด้วยผักชีเพียงเท่านี้ก็ได้เมนูอร่อยของคนในครอบครัวได้แล้ว ส่วนวิธีต้มไข่ยางมะตูม มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้นี้

วิธีต้มไข่ยางมะตูม

            1.ใช้ได้ทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่ หากเป็นไข่เป็ดควรล้างเปลือกไข่ให้สะอาด เพราะไข่เป็ดเปลือกจะสกปรกมากกว่าไข่ไก่ แต่เปลือกแข็งกว่าล้างทำความสะอาดได้ง่าย

            2.เทน้ำใส่หม้อหรือภาชนะอื่น ๆ นำขึ้นตั้งไฟใส่เกลือป่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

            3.รอจนน้ำเริ่มร้อนให้ใส่ไข่ที่ต้องการต้มลงไป จับเวลาหากใช้ไข่เป็ดใช้เวลา 7-10 นาที ส่วนไข่ไก่ใช้เวลา 5-8 นาที

            4.ขณะต้มต้องหมั่นคนหรือพลิกไข่ไปมาเพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางและได้รับความร้อนเสมอกัน

            5. เตรียมน้ำเย็นใส่ภาชนะไว้ เมื่อครบกำหนดเวลาให้ตักไข่ลงแช่น้ำเย็นทันที

            6.หากต้องการต้มไข่ยางมะตูมจำนวนมาก ไม่ควรต้มพร้อม ๆกันในปริมาณมาก แต่ให้แบ่งต้มครั้งละน้อย ๆจะทำให้ได้ไข่ยางมะตูมสวยไม่สุกมากเกินไป

3.เคล็ดลับโขลกน้ำพริกกะปิให้สีสวยไม่มีกลิ่นกะปิ

            น้ำพริกกะปิ ดูเหมือนจะเป็นเมนูง่าย ๆ ที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดีและยังมีวิธีการปรุงได้หลายสูตร เช่น น้ำพริกกะปิมะม่วงสับ น้ำพริกกะปิกุ้งแห้งและกุ้งสด น้ำพริกกะปิน้ำมะขามอ่อน สูตรน้ำส้มเขียวหวาน หรือน้ำพริกกะปิสูตรอื่น ๆ แต่ความอร่อยกลมกล่อมของเมนูนี้นอกจากต้องปรุงไม่ให้มีกลิ่นกะปิแล้ว สีของน้ำพริกต้องสวยไม่ดำตามสีของกะปิแต่ละชนิดที่นำมาใช้

shrimp paste chilli sauce with variety of vegetables,the famous thai food call Numprik Kapi

เคล็ดลับการทำน้ำพริกกะปิ

            การโขลกน้ำพริกกะปิ เชื่อว่าทุกคนมีสูตรส่วนผสมและรู้วิธีตำน้ำพริกกะปิอยู่แล้ว เคล็ดลับการตำกะปิให้สีสวยและไม่มีกลิ่นกะปิ ขึ้นอยู่ที่ขั้นตอน ดังนี้

            1.ขั้นตอนแรกต้องโขลกกะปิกับกระเทียมให้แหลกก่อน เพื่อให้กลิ่นของกระเทียมกลบกลิ่นกะปิ

            2.ใส่กระเทียมแกะเปลือกสะอาด ½ ของปริมาณกะปิ ล้างให้สะอาดก่อนนำมาโขลกกับกะปิให้เป็นเนื้อเดียวกัน

            3.เมื่อโขลกกระเทียมกับกะปิแล้วให้ใช้พริกแดงจินดา โขลกรวมกับกะปิและกระเทียมที่โขลกไว้จนพริกละเอียด อาจใช้พริกขี้หนูสวนที่ให้ทั้งความเผ็ดและความหอมโขลกรวมไปได้ ความเผ็ดตามความชอบ

            4.จากนั้น เมื่อได้กะปิ กระเทียม และพริก โขลกรวมจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วปรุงรสชาติด้วย น้ำปลา น้ำตาลปีบ น้ำมะนาว และน้ำต้มสุก หรือปรุงตามสูตรส่วนผสมที่ชื่นชอบ

            5.เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำพริกกะปิที่มีสีสวยและไม่มีกลิ่นกะปิแล้ว

            เสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิง ไม่ว่ายุคไหนสมัยใดก็ยังคงใช้ได้เสมอ “เชื่อโบราณอาจบานบุรี แต่เชื่อไปนาน ๆ แล้วดีแน่นอน” เพราะทั้ง  3 เคล็ดลับนอกจากสร้างเสน่ห์ปลายจวัก ให้กับตัวเราแล้ว ยังเป็นเมนูอาหารง่าย ๆ ทำขายผ่านสื่อออนไลน์ ขายแบบ Delivery สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตไวรัสโคโรน่า 2019 ได้อย่างแน่นอน เป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ